Skip to main content

การจัดการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์แบบสะเต็มศึกษา : STEM Based Learning for Science. MU-MOOC


 
  • คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
 หลักสูตร
  • STEM

 
  • การจัดการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์แบบสะเต็มศึกษา
  • STEM Based Learning for Science 

 
  • ความรู้ความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับสะเต็มศึกษา (STEM EDUCATION) ปรัชญาและการจัดการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์แบบสะเต็มศึกษา ความแตกต่างระหว่างการจัดการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์แบบดั้งเดิมกับการจัดการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์แบบสะเต็มศึกษา การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์แบบสะเต็มศึกษา การสร้างแผนการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์แบบสะเต็มศึกษา การสร้างแบบวัดประเมินผลการเรียนรู้ และการให้ข้อมูลย้อนกลับ (feedback) สำหรับการจัดการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์แบบสะเต็มศึกษา

ดังนั้นเนื้อหาสาระรายวิชาโดยสังเขปจึงประกอบด้วย
  1. ความรู้ความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับ STEM คืออะไร สำคัญ อย่างไร
  2. หลักปรัชญาและหลักการการจัดการเรียนการสอนและการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ตามแนวทางที่ใช้สะเต็มเป็นฐาน
  3. การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ตามแนวทางที่ใช้สะเต็มเป็นฐาน
  4. การสร้างแผนการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ตามแนวทางที่ใช้สะเต็มเป็นฐาน
  5. การสร้างแบบวัดประเมินผลการเรียนรู้ และการให้ feedback สำหรับการจัดการเรียนการสอนและการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ตามแนวทางที่ใช้สะเต็มเป็นฐาน
  6. การวิเคราะห์เปรียบเทียบการจัดการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ตามแบบที่มักใช้กัน(Conventional) ที่เน้นการบรรยายกับแบบตามแนวทางที่ใช้สะเต็มเป็นฐาน (STEM)
  1. บอกความหมายและความสำคัญของการเรียนรู้แบบสะเต็มศึกษา
  2. อธิบายหลักการการจัดการเรียนการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ตามแนวทางสะเต็มศึกษา
  3. ยกตัวอย่างกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์แบบสะเต็มศึกษา
  4. วิเคราะห์และออกแบบแผนการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ตามแนวทางที่ใช้สะเต็มเป็นฐาน
  5. ประยุกต์ใช้ STEM เพื่อบูรณการกับเหตุการณ์หรือปรากฏการณ์ที่พบในชีวิตประจำวันเพื่อการเรียนการสอน
  6. สร้างแบบวัดประเมินผลการเรียนรู้ สำหรับการจัดการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ตามแนวทางที่ใช้สะเต็มเป็นฐาน
  • จำนวนชั่วโมงเรียนทั้งหมด   : 8 ช.ม.
  • จำนวนหน่วยกิตของรายวิชาในหลักสูตรปกติ   : ไม่มี
  • จำนวนชั่วโมงที่จัดการเรียนรู้ต่อสัปดาห์/ต่อครั้ง  :  1 ชั่วโมง ต่อครั้ง 1-2 ครั้ง ต่อ สัปดาห์
  • การนำผลการเรียนรู้ไปใช้ประโยชน์ : เนื้อหาเรียนตามอัธยาศัย
  • ระดับของเนื้อหารายวิชา : ปริญญาตรี/ครู/เรียนตามอัธยาศัย
  • ระดับความยากของเนื้อหารายวิชา : เบื้องต้น ถึง กลาง
  • ความรู้พื้นฐานที่ควรมีมาก่อน : วิทยาศาสตร์ และ คณิตศาสตร์ พื้นฐานระดับประถม หรือ มัธยม
  • ประเภทการเรียนในรายวิชา : เรียนด้วยตนเอง
  • กลุ่มเป้าหมายเฉพาะ : ครู อาจารย์ ผู้บริหารการศึกษา ศึกษานิเทศน์ หรือประชาชนทั่วไปที่สนใจนำไป ประยุกต์ใช้สร้างกิจกรรมการเรียนรู้ต่างๆ
 
 
ศ. ดร. วรรณพงษ์ เตรียมโพธิ์
(Assoc.Prof.Wannapong Triampo, Ph.D.)

Deputy Dean for Educational Services of Salaya Campus &
International BSc Program Coordinator

E-Mail: wannapong.tri@mahidol.ac.th

website:
http://salaya.sc.mahidol.ac.thth/

http://www.sc.mahidol.ac.th/sim/

Professional Learning Community 
Biophysics Research Unit
R&D Unit for STEM Education
___________________________________________________________________________

 
 
อ. ดร. อาทร นกแก้ว
( Lect. Artorn Nokkaew, Ph.D.)

 อาจารย์ประจำสถาบันนวัตกรรมการเรียนรู้ มหาวิทยาลัยมหิดล

Curriculum Vitae

________________________________________________________________________

 
  • อ.ดร.ปรัชญพงศ์ ยาศรี(Lect. Pratchayapong Yasri, Ph.D.)
  • อ.ดร. มนต์อมร ปรีชารัตน์(Lect. Monamorn Precharattana, Ph.D.)
  • 13 มีนาคม 2560 – 30 เมษายน 2560

หนังสือและตำรา

  • หนังสือสะเต็ม โดย รศ. ดร. วรรณพงษ์ เตรียมโพธิ์ และ อ. ดร. อาทร นกแก้ว
    เอกสารประกอบการบรรยาย
  • เอกสารประกอบการบรรยายและอบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง สะเต็ม (STEM) (free download http://www.ilearnsci.com/ )

เว็บไซต์

สะเต็มศึกษา STEM education การศึกษาที่มุ่งให้ผู้เรียนได้เรียนรู้อย่างเต็มศักยภาพและมีประสิทธิภาพศูงสุดและมุ่งส่งเสริมทักษะชีวิตและทักษะการเรียนรู้แห่งศตวรรษที่ 21 โดยเป็นการจัดการเรียนรู้ที่เน้นการบูรณาการของศาสตร์หลัก คือ วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ และ เทคโนโลยี และส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถเชื่อมโยงความรู้ระหว่างศาสตร์ต่างๆ สามารถเข้าใจการนำไปใช้ อาชีพ และปรากฏการณ์ที่พบในชีวิตประจำวัน

lesson plan แผนการจัดการเรียนรู้

assessment เป็นการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ที่มุ่งเก็บรวบรวมข้อมูลสารสนเทศทั้งชิงปริมาณ และเชิงบรรยายอย่างเป็นระบบ แล้วนำข้อมูลสารสนเทศที่รวบรวมได้มาเรียบเรียงเพื่อใช้ในการปรับและพัฒนาการจัดการเรียนรู้

pedagogy ศาสตร์และศิลป์ในการจัดการเรียนรู้สำหรับนักเรียนนักศึกษา


การวัดประเมินผลการเรียนรู้ พิจารณาจาก 3 ด้าน

  1. ความรับผิดชอบในการเข้าเรียนรู้บทเรียนจาก MOOC และการมีส่วนร่วม
  • การเข้าชั้นเรียนและพฤติกรรมการมีส่วนร่วมในกิจกรรมในชั้นเรียน 30%

   2. ความรู้ (Knowledge) ตามมาตรฐานกำหนด

  • แบบทดสอบ 30%

   3. ทักษะด้านปัญญา (Cognitive skills)

  • แบบทดสอบ 40%

หมายเหตุ
% รวมที่แสดงใน ตาราง โครงสร้างเนื้อหา และแผนการจัดการเรียนรู้ รวมจึงเป็น 70% (เวลาเข้าเรียน 30%)
ผู้เรียนจะได้รับผลการเรียนว่าผ่าน ต้องเข้าเรียนครบทุกบทเรียนจำนวน 8 ชั่วโมงและได้ผลการสอบ(ด้าน 2 และ 3)ตั้งแต่ครึ่งหนึ่งขึ้นไป
6 คำแนะนำในการเรียนรู้

  • ควรเรียนรู้จาก MOOC ร่วมกับ ช่องทางการเรียนรู้อื่น โดยมีการนำความรู้ความเข้าใจไปทดลองใช้ เช่น จัดการเรียนรู้ผ่านกิจกรรม STEM based learning
  • เน้นการเรียนรู้แบบการมีส่วนร่วม และ ปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เรียน และผู้สอน share & learn
W e l c o m e T o S T E M
รศ.ดร.วรรณพงษ์ เตรียมโพธิ์  ชื่อ ชื่อ ชื่อ ชื่อ

"สื่อการสอนนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Thai MOOC (thaimooc.org) และเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาตสิทธิ์แบบ Creative Commons ด้วยเงื่อนไข CC BY NC SA”

  1. Course Number

    mu003
  2. Classes Start

    Mar 13, 2017
  3. Classes End

    Apr 30, 2017
  4. Estimated Effort

    2
Enroll